สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่เล็กที่สุดในโลก

ถ้าให้นึกถึงสัตว์ป่าที่สำคัญกับระบบนิเวศมาก ๆ มาหนึ่งชนิด จะมีใครนึกถึง “ ค้างคาว ” บ้างนะ 🦇🦇🦇
วันนี้ #PSUNHM นำเสนอในกิจกรรม Weekly Bat Hacks อีกครั้ง และจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับ #ค้างคาวคุณกิตติ #สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่เล็กที่สุดในโลก
เล็กแค่ไหนล่ะ? ขนาดเล็กกว่านิ้วโป้งเราเสียอีก 👍🏻
เป็นค้างคาวเฉพาะถิ่น ที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศมาก หากปล่อยให้สูญพันธุ์ไปคงจะส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงแน่

ค้างคาวคุณกิตติ Kitti’s Hog-nosed Bat , Bumblebee Bat (Craseonycteris thonglongyai) พบครั้งแรกที่จังหวัดกาญจนบุรี โดยคุณกิตติ ทองลงยา ซึ่งทราบทันทีว่าเป็นค้างคาวชนิดใหม่แน่นอน แต่ท่านเสียชีวิตก่อนที่จะได้ตั้งชื่อให้มัน
.
ต่อมา John E. Hill จาก British Museum (Natural History) (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น Natural History Museum, London) จึงได้ตั้งชื่อเป็นเกียรติให้กับคุณกิตติ ในปี 1974 โดยถือเป็นค้างคาวชนิดใหม่ สกุลใหม่ และวงศ์ใหม่ด้วย (Craseonycteridae) ชื่อสกุลและชื่อวงศ์มาจากภาษากรีกโบราณว่า κρᾶσις (krêsis = to mix) + νυκτερης (nykteris = night, bat)
.
ค้างคาวคุณกิตติพบเฉพาะในจังหวัดกาญจนบุรีของไทย และรัฐมอญและรัฐคะหยิ่นของเมียนมาร์เท่านั้น

ค้างคาวคุณกิตติเป็นค้างคาวที่มีขนาดเล็กมาก มีน้ำหนักตัว 2-3 กรัม ความยาวลำตัว 28-34 มิลลิเมตร จุดเด่นอยู่ที่จมูกขนาดใหญ่คล้ายจมูกหมู ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ “Hog-nosed Bat” มีใบหูขนาดใหญ่ ติ่งใบหูเล็กและไม่มีหาง
.
ค้างคาวคุณกิตติเกาะนอนเป็นกลุ่มเล็ก ๆ ประมาณ 10-100 ตัว (แต่โดยส่วนใหญ่อยู่ที่ 10-15 ตัว) ในถ้ำหินปูนที่มีการรบกวนน้อย บินออกหากินในเวลากลางคืนเป็นช่วงสั้น ๆ กินแมลงใกล้เรือนยอดต้นไม้หรือป่าไผ่

ค้างคาวคุณกิตติ มีประชากรรวมประมาณ 10,000 ตัว และมีแนวโน้มลดลง ปัจจุบันค้างคาวคุณกิตติมีสถานภาพเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าพ.ศ. 2535 และถูกจัดอยู่ในสถานภาพใกล้ถูกคุกคาม (Near threatened) ตามการจัดสถานภาพของ IUCN Red List
.
ปัจจัยภัยคุกคามต่อประชากรค้างคาวคุณกิตตินั้นล้วนมีผลทำให้จำนวนประชากรและการปรากฏตัวของค้างคาวคุณกิตติมีแนวโน้มลดลงเมื่อมีการรบกวนภายในถ้ำเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่รอบ ๆ ถ้ำ ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการหากิน เนื่องจากข้อจำกัดของคลื่นเสียงทำให้ค้างคาวคุณกิตติชอบหากินใกล้แนวขอบต้นไม้ ตามเรือนยอด ช่องว่างในป่า
.
แต่หลีกเลี่ยงการใช้พื้นที่บางลักษณะ เช่น พื้นที่โล่งกว้างเกินไปหรือที่รกมากเกินไป
และอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ค้างคาวคุณกิตติมีแนวโน้มลดน้อยลง เนื่องจากค้างคาวคุณกิตติ มีช่วงในการผสมพันธ์และออกลูกในช่วงฤดูร้อน การตกลูกแต่ละครั้ง มักจะได้ลูกแค่ ครั้งละ 1 ตัว ซึ่งทำให้ขนาดประชากรที่มีน้อยอยู่แล้วเพิ่มขึ้นยากมาก