” สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก ” ในเขาคอหงส์กัน ว่ามีหน้าตาแบบไหนกันบ้าง ?

สำหรับคนทั่วไปที่อยู่ห่างไกลธรรมชาติ
หลาย ๆคนคงร้อง อี๋ เมื่อเห็นเจ้าพวกนี้
วันนี้ขอให้ลองมองน้องใหม่อีกทีนะ
จะได้เห็นว่าไม่มีส่วนไหนเลยที่น่ากลัว
ทุกส่วนที่ประหลาดผิดมนุษย์
ล้วนใช้ประโยชน์ในการดำรงชีวิตของตัวมันเองทั้งสิ้น
.
ถ้าเจอพวกเค้าก็ปล่อยเค้าไปนะอย่าไปรบกวนหรือเบียดเบียน
เพราะบางชนิดเป็นสัตว์เฉพาะถิ่น ที่มีความจำเพาะต่อถิ่นที่อยู่อาศัย
ให้ธรรมชาติบ้านเราได้อุดมสมบูรณ์ ส่งประโยชน์กลับมายังพวกเราไปสู่ลูกหลานต่อไปนะ
.
อันดับแรกเลยคือพวกมันอยู่ “ตรงกลาง” ที่ขาดไม่ได้ของสายใยอาหาร ทำหน้าที่เป็นทั้ง “ผู้ล่า” กินสัตว์ที่เล็กกว่าอย่างแมลง ใส้เดือน และเป็น “เหยื่อ” เป็นแหล่งอาหารให้กับสัตว์อื่นที่ใหญ่กว่าอย่างนก งู
.
และรู้หมือไร่? ว่าหนังกบมีเปปไทด์ต้านจุลชีพที่มีคุณสมบัติช่วยรักษาโรค เช่นมะเร็งอีกด้วยนาจา
.
และอีกอย่าง สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกคือสัตว์มีกระดูกสันหลังพวกแรกที่ขึ้นมาอยู่บนบกเมื่อประมาณ 370 ล้านปีก่อน และรอดพ้นจากการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่มาได้ ปัจจุบันพวกมันกำลังเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์เพราะสูญเสียถิ่นที่อยู่อาศัย และแถมยังมีเชื้อรามหาภัยอีก

เอ๊ะนี่มัน งู หรือ “เขียด”
ลำตัวยาวคล้ายงู ไม่มีขา ผิวหนังเป็นปล้อง หางสั้นปลายแหลม หัวมนแบน
พบครั้งแรกในประเทศไทย ห่างจากจังหวัดนครศรีธรรมราชไปทางตะวันตก 10 กิโลเมตร
พบเฉพาะภาคใต้ของประเทศไทย ตั้งแต่นครศรีธรรมราชจนถึงนราธิวาส
ความยาวจากหัวถึงหางประมาณ 30 เซนติเมตร

เสียงร้อง กว๊าก ๆ ๆ นี่เป็ดหรือเปล่า?
พอสู้ไม่ไหวก็แกล้งตายซะงั้น

ฉันคืออึ่งกรายลายจุดมีลักษณะคล้ายกบ แต่หัวกว้าง สันจมูกชัด ท้องและสีข้างสีครีมมีลายจุดขนาดเล็กสีดำ
ความยาวจากหัวถึงก้น 4.5-6 เซนติเมตร
ตัวผู้จะส่งเสียงเกือบตลอดทั้งปี เสียงร้องดังคล้ายเป็ด กว๊าก ๆ ๆ ( แหบ และสั้น )

เมื่อพบตัวจะชอบหมอบตัวแบนราบ หรือคลานหนีในระยะสั้นๆ มักไม่กระโดด บางตัวเมื่อถูกรบกวนหนัก จะยกตัวขึ้นเล็กน้อย ยืดขา โหย่งตัว เพื่อให้ตัวเองดูใหญ่ขึ้น หากไม่ได้ผลจะหมอบตัวแบนราบแล้วทำตัวนิ่งแข็งคล้ายแกล้งตาย

พบครั้งแรกในอำเภอเบตง จังหวัดยะลา ประเทศไทย
ในประเทศไทย พบทางภาคใต้ตอนล่าง ตั้งแต่เทือกเขาบรรทัดลงไปจนถึงปัตตานี ยะลา นราธิวาส

กบว๊ากใหญ่ หรือ หมาน้ำ
กบสวยงามที่เต็มไปด้วยตุ่ม เพศผู้จะส่งเสียงร้องประกาศอาณาเขตตลอดทั้งปี เสียงร้องดังไปไกลและจดจำง่าย “ว้ากๆๆๆๆๆ”

โดยกบจะเริ่มร้องประกาศอาณาเขตตั้งแต่ช่วงเย็นไปตลอด ทั้งคืน มีบ้างที่จะได้ยินเสียงร้องตอนเช้าหรือกลางวัน
ตัวเต็มวัยมีความยาวจากก้นถึงหัว 6.5 เซนติเมตร

ในไทยพบแพร่กระจายในภาคใต้ ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ลงไปจนถึงภาคใต้ตอนล่าง ที่จังหวัดนราธิวาส โดยพบมากที่บริเวณป่าพรุ หรือบึงน้ำจืด ที่อยู่ติดป่าธรรมชาติ
พบครั้งแรกที่รัฐซาราวัค เกาะบอร์เนียว ประเทศมาเลเซีย

ในช่วงฤดูฝนเพศผู้จะร้องหาคู่บริเวณลำธารขนาดเล็ก หรือบนใบไม้ต่ำๆ
คางคกแคระ คือคางคกขนาดเล็ก บนหัวมีสันนูนสองสัน(คล้ายวงเล็บ) มีต่อมพิษกลมๆ เล็กๆหลังตา
มีตุ่มขนาดเล็กกระจายทั่วตัว
ความยาวจากหัวถึงก้น 3.5-5 เซนติเมตร

พบได้ทั่วประเทศ ยกเว้นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

อึ่งข้างดำ เป็นอึ่งขนาดเล็กที่พบบ่อยมาก มักจะอาศัยปะปนกับอึ่งขนาดเล็กอื่น ๆ เพศผู้มักจะส่งเสียงร้องหลังฝนตกหรือก่อนฝนตก ดัง “แกร๊ก แกร๊ก” สองจังหวะ เสียงค่อนข้างดัง ความยาวจากหัวถึงก้นประมาณ 2 เซนติเมตร
ลำตัวรูปร่างสามเหลี่ยม หลังแบน หน้าสั้น ด้านข้างมีแถบสีดำตั้งแต่หน้ายาวตลอดสีข้าง

กระจายทั่วไปในประเทศไทย
พบครั้งแรกที่ Kosempo, Formosa ไต้หวัน ประเทศจีน

อ๊บอ๊บ กบขนาดกลางอาศัยอยู่ตามก้อนหินและริมลำธาร
มีหูสีน้ำตาลเข้มชัดเจน ขาเรียวยาว ปลายนิ้วแผ่ออกเป็นแผ่น ตีนหน้าไม่มีพังผืดแต่ตีนหลังมีพังผืดเต็มความยาวนิ้ว
หลังมีสีเขียวอ่อน หรือสีเขียวเหลืองสดใส
มาดูฉันใกล้ๆ จะเห็นว่าผิวบนหลังเป็นตุ่มเล็ก ๆ
ตัวเต็มวัยมีความยาวจากหัวถึงก้นประมาณ 4-6 เซนติเมตร

ในไทยพบตั้งแต่จังหวัดเพชรบุรี ลงไปถึงสตูล
พบครั้งแรกที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว จังหวัดระนอง ประเทศไทย

“ ทึด ทึด “ เสียงร้องของกบทูดตัวผู้ที่ชอบนอนหมอบอยู่ในแอ่งจากการใช้ตีนและปากดันกรวดและทรายออกเป็นวงๆ
เพศผู้เจ้าชู้จะผสมพันธุ์กับเพศเมียหลายตัวต่อคืนในฤดูแล้ง ส่วนเพศเมียจะวางไข่และกลบด้วยเศษใบไม้แห้ง หรือกรวดหยาบๆเพื่อให้ลูกอ๊อดซ่อนตัว

กบทูดเป็นกบขนาดใหญ่ ความยาวจากหัวถึงก้นยาวได้ถึง 26 เซนติเมตร

เป็นกบที่ปรับตัวได้ดีมากชนิดหนึ่ง พบอาศัยได้ทั้งป่าธรรมชาติ และป่าที่ถูกรบกวน

ประเทศไทยพบตั้งแต่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ลงมาตามแนวตะวันตก ลงไปจนถึงใต้สุดที่นราธิวาส และยะลา
พบครั้งแรกที่แนวเทือกเขาตะนาวศรี ประเทศพม่า

กบป่าไผ่ เป็นกบขนาดเล็ก
กบเพศผู้จะร้องประกาศอาณาเขตในโพรงที่ขุด หรือใต้กองใบไม้ร่วง หลังจากจับคู่ผสมพันธุ์และวางไข่ในโพรงที่ตัวผู้ขุดเอง เพศผู้จะคอยดูแลเฝ้าไข่ ไข่จะพัฒนาเป็นกบเล็กโดยไม่มีระยะลูกอ๊อด
ตัวเต็มวัยมีความยาวจากหัวถึงก้น 2.5-4 เซนติเมตร

ในประเทศไทยพบตั้งแต่แนวเทือกเขาตะนาวศรีลงไปทางภาคใต้
พบครั้งแรกในป่าบนเขา ที่ความสูงประมาณ 300 เมตร จากระดับน้ำทะเล บนเกาะปีนัง ประเทศมาเลเซีย

“แกร๊ก กร๊อก กร๊อก” นักกระโดดตาโปน ปาดอีกหนึ่งชนิดที่พบได้ในพื้นที่ภาคใต้

ผสมพันธุ์วางไข่ตลอด ทั้งปี โดยเฉพาะช่วงหลังฝนตก
“แกร๊ก กร๊อก กร๊อก” เสียงตัวผู้กู่ร้องที่ค่อนข้างดังและเป็นเอกลักษณ์ หลังพระอาทิตย์ตกไม่นานนัก ปาดตัวผู้จะเริ่มกู่ร้องเรียกตัวเมียบริเวณรอบขอบบ่อน้ำหรือแอ่งน้ำ
ปาดตัวเมียจะเข้ามาที่บ่อเพื่อผสมพันธุ์
บางครั้งมีตัวผู้ไม่น้อยกว่า 5-7 ตัว ต่อตัวเมีย 1 ตัว
ส่วนฟองลูกกลมๆขนาดใหญ่เท่าลูกเทนนิส สีน้ำตาลอ่อน ติดกับวัสดุริมแอ่งน้ำ คือ ไข่ ที่ตัวเมียมาตีตั้งไว้
ไม่นานนักผิวฟองโฟมก็จะแข็งและยึดติดกับวัสดุ ภายในบรรจุด้วยไข่หลายร้อยฟองพร้อมจะตกลงมาในน้ำเบื้องล่าเมื่อฝนตกลงมา

ในประเทศไทยพบทั่วภาคใต้ตั้งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ลงไป ซึ่ง ตอนเหนือภาคใต้ขึ้นไปตัวที่หน้าตาคล้ายกันกลายเป็นชนิดปาดเหนือ
พบครั้งแรกที่เกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย