โครงการธรรมชาติศึกษาพาเพลิน ครั้งที่ 1 ตอน นิเวศราตรี (PSU Nature Play & Learn : Night Walk)

     โครงการธรรมชาติศึกษาพาเพลิน ครั้งที่ 1 ตอน นิเวศราตรี (PSU Nature Play & Learn : Night Walk) เพื่อให้เยาวชนและชุมชนท้องถิ่นทำความรู้จักสัตว์ที่หากินตอนกลางคืนที่สามารถพบได้ในเส้นทางศึกษาธรรมชาติของพื้นที่ปกปักทรัพยากรท้องถิ่นเขาคอหงส์ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดยเน้นสัตว์ในกลุ่มค้างคาว (bats) และสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกและสัตว์เลื้อยคลาน (amphibians & reptiles) ซึ่งมักมีภาพลักษณ์ที่ไม่ค่อยดีนัก ให้ได้เป็นที่รู้จักและเข้าใจในสายตาคนทั่วไปมากยิ่งขึ้น อีกทั้งสามารถใช้พื้นที่เขาคอหงส์เป็นพื้นที่ต้นแบบในการศึกษาความหลากหลายของทรัพยากรชีวภาพ และระบบนิเวศภายในพื้นที่ปกปักทรัพยากรท้องถิ่นภายใต้โครงการฝึกอบรมและการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อเสริมสร้างเครือข่ายและความเป็นเลิศด้านอนุกรมวิธานและการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ

ค้างคาวมงกุฎยอดสั้นใหญ่

ชื่อวิทยาศาสตร์ : 𝘙𝘩𝘪𝘯𝘰𝘭𝘰𝘱𝘩𝘶𝘴 𝘢𝘤𝘶𝘮𝘪𝘯𝘢𝘵𝘶𝘴

เป็นค้างคาวที่กินแมลงเป็นอาหาร มีคลื่นความถี่เสียง 88-95 kHz ลักษณะเด่นคือมีกลิ่นเหม็นเฉพาะตัว เราสามารถพบได้เกือบทั่วประเทศ ยกเว้นภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มักเกาะนอนในถ้ำ ตามโพรงไม้ ใต้ถุนอาคาร หรือในท่อ พบได้บ่อยทั้งในป่าค่อนข้างอุดมสมบูรณ์ ทั้งป่าดิบแล้งและป่าดิบชื้น หรือแม้แต่ตามสวนผลไม้

คางคกบ้าน

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Duttaphrynus melanostictus
บริเวณที่พบ : ริมสระน้ำหน้าศาลาริมอ่าง

คางคกบ้านเป็นสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกที่ปรับตัวอาศัยอยู่ในพื้นที่ต่าง ๆ ได้หลากหลายรูปแบบ รวมถึงในละแวกบ้านเรือนชุมชน ผิวหนังที่หนาช่วยให้มันสามารถอาศัยอยู่ห่างไกลจากแหล่งน้ำได้นานกว่าสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกกลุ่มอื่น ๆ โดยช่วยให้มันไม่สูญเสียน้ำหรือความชื้นภายในร่างกายออกไปได้โดยง่าย นอกจากนั้นในช่วงหน้าแล้งคากคกยังสามารถหลบซ่อนจำศีลอยู่ในโพรงใต้ดินได้อีกด้วย ซึ่งมันจะอาศัยไขมันที่สะสมในร่างกายเป็นแหล่งพลังงานในระหว่างนั้น นอกจากนั้นคางคกยังเป็นสัตว์ที่มีศัตรูผู้ล่าน้อย เนื่องจากเป็นสัตว์ที่มีพิษและมีผิวหนังที่เป็นตะปุ่มตะป่ำไม่ชวนหม่ำเท่าที่ควร จึงเป็นสัตว์ที่กล้าที่จะออกมาอวดรูปโฉมมงาม ๆ ไปทั่วเมื่อมีแมลงออกมายั่วยวนตามฤดูกาล รวมทั้งเพื่อการจับคู่ผสมพันธุ์ ซึ่งส่วนหนึ่งจะเป็นภัยแก่ตัวมันเองเนื่องจากความที่ไม่จำเป็นต้องกลัวนักล่าทำให้คางคกที่ออกไปยังพื้นที่โล่งอย่างเช่นถนน มักจะถูกรถทับตายอยู่เสมอ

กบบัว

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Hylarana erythraea
บริเวณที่พบ : บนพืชน้ำภายในสระหน้าศาลาริมอ่าง

กบบัวหรือเขียดจิก เป็นกบตัวสีเขียวสดใส คล้ายกับสีของใบไม้ มีสันอยู่ที่ขอบระหว่างบนหลังและข้างตัวเป็นสีขาวครีมหรือสีเหลือง พบได้บ่อยตามแหล่งน้ำต่าง ๆ แม้แต่ในขตชุมชน โดยเป็นแหล่งน้ำนิ่งหรือน้ำไหลเอื่อยที่มีพรรณไม้ให้หลบซ่อนเช่น กก ธูปฤๅษี หรือมีหญ้าขึ้นตามชายน้ำ โดยเฉพาะบนใบและดอกบัวมักจะเป็นที่เกาะพักที่สังเกตได้ง่าย จึงเป็นที่มาของชื่อกบบัว หรือเขียดบัว และด้วยเสียงร้องจิ๊ก ๆ รัว ๆ เป็นเอกลักษณ์ ก็เป็นที่มาของชื่อเรียกเขียดจิกนั่นเอง

ปาดบ้าน

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Polypedates leucomystax
บริเวณที่พบ : ริมลำธารในพื้นที่ปกปักทรัพยากรท้องถิ่น ม.อ.

ปาดบ้าน หรือปาดใต้ มีขาคู่หลังที่ยาวกว่าขาคู่หน้ามาก ขาคู่หลังมีพังผืดเชื่อมต่อระหว่างนิ้ว ปลายนิ่วทั้งสี่บานออกเป็นแผ่นกลม แต่ละตัวอาจจะมีสีสันแตกต่างกันได้หลากหลาย เช่นสีเทา สีน้ำตาลอมเทาหรืออมเหลือง สีเหลือง สีน้ำตาล เป็นต้น สามารถปรับตัวได้ดีจึงพบได้ทั้งในป่าต่าง ๆ พื้นที่เกษตรกรรรม และตามบ้านเรือนชุมชน หลังจากจับคู่ผสมพันธุ์แล้วเพศเมียจะตีโฟมไข่ทรงกลมแปะไว้กับวัสดุริมน้ำ เมื่อฝนตกลงมาก็จะละลายชะไข่ตกลงไปสู่แอ่งน้ำ ลูกอ๊อดก็จะจเริญเติบโตในแหล่งน้ำเช่นเดียวกับสัตว์กลุ่มกบทั่วไป

เต่าใบไม้

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Cyclemys dentata
บริเวณที่พบ : ลำธารในพื้นที่ปกปักทรัพยากรท้องถิ่น ม.อ.

เป็นเต่าน้ำจืดที่อาศัยอยู่ตามลำธารน้ำไหลในป่า กระดองค่อนข้างแบนเมื่อเทียบกับเต่าบกช่วยลดแรงต้านน้ำ และมีเท้าที่แบนพร้อมพังผืดระหว่างนิ้วช่วยให้ว่ายน้ำหนีผู้ล่าได้อย่างรวดเร็ว กินพืชทั้งส่วนผล ใบและ พืชน้ำ รวมทั้งสัตว์น้ำขนาดเล็กเป็นอาหาร เมื่อถูกจับตัวขึ้นมามักจะถ่ายมูลออกมาด้วย

ปลากั้ง

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Channa limbata
บริเวณที่พบ : ลำธารในพื้นที่ปกปักทรัพยากรท้องถิ่น ม.อ.

ปลากั้ง หรือ ปลาก้าง เป็นปลาช่อนที่มีขนาดเล็ก โตเต็มที่ยาวประมาณ 20 เซ็นติเมตรเท่านั้น ต่างกับปลาช่อนชนิดที่อาศัยอยู่ตามคูคลองหนองบึงทั่วซึ่งโตได้ยาวถึง 60 เซ็นติเมตร ขณะที่ปลากั้งอาศัยอยู่ในแหล่งน้ำไหลเช่นลำห้วย ลำธาร กินแมลงและสัตว์น้ำขนาดเล็กเป็นอาหาร มีพฤติกรรมในการช่วยเลี้ยงดูลูกเช่นเดียวกับปลาช่อนชนิดอื่น ๆ เป็นปลาที่มีสีสันสวยงาม เมื่อกางครีบต่าง ๆ เพื่อขู่ปลาตัวอื่นจะมีสีสันเพิ่มขึ้นมาคล้ายกับพฤติกรรมของปลากัด

มวนนักกล้าม

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Aspilosterna sp.
บริเวณที่พบ : –

กลุ่มมวนนักกล้ามเป็นแมลงที่มีปากแบบเจาะดูด ที่ใช้สำหรับดูดกินน้ำเลี้ยงจากพืชกลุ่มต่าง ๆ จึงถูกจัดให้เป็นกลุ่มแมลงศัตรูพืช ส่วนขาเดินของมันจะแบนกว้าง ทำให้ดูคล้ายกับมีกล้ามเมื่อเปรียบเทียบกับมวนและแมลงทั่วไปที่มีขาทรงกระบอกเรียวยาว มวนนักกล้ามมีความสามารถในการป้องกันตัวด้วยการปล่อยกลิ่นฉุนออกมาจากตัวของมันเช่นเดียวกับแมลงกลุ่มมวนส่วนใหญ่

แมลงสาบป่า

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Pseudophoraspis nebulosa
บริเวณที่พบ : เกาะตามใบไม้ในเส้นทางเดินพื้นที่ปกปักทรัพยากรท้องถิ่น ม.อ.

แมลงสาบป่าเป็นแมลงสาบคนละกลุ่มกับแมลงสาบที่พบได้บ่อยตามบ้านเรือนที่เป็นชนิดแมลงสาบอเมริกันซึ่งมีกลิ่นเหม็นเป็นเอกลักษณ์ แต่แมลงสาบป่าเป็นกลุ่มที่ไม่มีกลิ่น มีสีสันกลมกลืนไปกับใบ้ไม้แห้ง ช่วยในการพรางตัว

กิ้งกือตะเข็บ

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Orthomorpha holorogiformis
บริเวณที่พบ : พื้นป่าในพื้นที่ปกปักทรัพยากรท้องถิ่น ม.อ.

เป็นกิ้งกือที่ลำตัวแต่ละปล้องมีปีกแหลมสีเหลืองอมส้มยื่นออกไปทางด้านข้างและปลายแหลมชี้ไปทางด้านหลัง บนส่วนหลังมีลายสีน้ำตาลบนพื้นสีดำ กิ้งกือกินกินเศษซากพืชซากสัตว์จึงมีหน้าที่เป็นผู้ย่อยสลายกำจัดซาก ช่วยผลิตปุ๋ยคืนสู่พื้นป่าให้กับพืชพรรณต่าง ๆ มีอาวุธป้องกันตัวเป็นของเหลวกลิ่นฉุนที่ปล่อยออกมาจากด้านข้างลำตัวเมื่อถูกจับหรือถูกรบกวนโดยสัตว์อื่น ๆ รวมทั้งมนุษย์ผู้อยากอยากเห็น ซึ่งบางคนอาจจะแพ้ของเหลวนี้ เราจึงไม่ควรไปจับกิ้งกือเล่นกันนะเด็ก ๆ