โปรตีนพิษของหนอนผีเสื้อ Parasa lepida มีศักยภาพในการนำไปศึกษาต่อถึงสมบัติทางชีวภาพและนำไปประยุกต์ใช้ได้หลากหลาย เช่น ยารักษาโรคที่เกี่ยวกับระบบเลือด การตรวจและรักษาอาการแพ้พิษรุนแรง ยาต้านเชื้อจุลินทรีย์ที่มีความสำคัญทางการแพทย์และการเกษตร และยาต้านมะเร็ง โปรตีนของหนอนผีเสื้อ Parasa lepida กลุ่มที่มีแนวโน้มจะนำไปศึกษาและนำไปประยุกต์ใช้ได้ ได้แก่

1. โปรตีน Serine proteases
               P. lepida มียีน Serine protease ที่อาจสร้างโปรตีนพิษมากถึง 59 ยีน และมีลักษณะของ lineage-specific gene expansion ซึ่งอาจสัมพันธ์กับการสร้างพิษของหนอน ปัจจุบันมียาที่เป็น Serine protease หลายตัวยา เช่น Ancrod (Viprinex®) มีสมบัติเป็น Fibrinogen inhibitor ใช้รักษาโรคหลอดเลือดสมอง (stroke) ยา Batroxobin (Defibrase®) มีสมบัติเป็น thrombin และ prothrombin inhibitor ใช้รักษาภาวะสมองขาดเลือด (acute cerebral infarction) และกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด (angina pectoris) ยา Hemocoagulase มีสมบัติ thrombin-like effect และ thromboplastin activity ใช้ป้องกันและรักษาอาการตกเลือด (haemorrhage) และยา Reptilase ใช้ตรวจวินิจฉัยความผิดปกติที่เกี่ยวข้องกับการแข็งตัวของเลือด (Koh et al. 2006; Yonamine et al. 2013) โปรตีน Serine protease ของ P. lepida อาจมีสมบัติทางยาที่เกี่ยวข้องกับการแข็งตัวของเลือดด้วยเช่นกัน

  1. โปรตีน CAPs

          พิษแมลง เป็นสาเหตุหลักอันดับที่ 3 ของการแพ้ชนิดรุนแรง (Anaphylaxis) ในประเทศไทย (คณะทำงานเพื่อการรักษาและป้องกันการแพ้ชนิดรุนแรงแห่งประเทศไทย 2560) สาเหตุของการแพ้หลักเกิดจากแอนติเจนใน superfamily CAP ของแมลงกลุ่ม ผึ้ง ต่อ แตน ที่กระตุ้นการแพ้ผ่าน IgE (Casale and Burks 2014; Demain et al. 2010) ในสัตว์ที่ดูดเลือด เช่น เห็บ ยุง ริ้น โปรตีน Ag5 ในน้ำลาย น่าจะมีบทบาทกดภูมิคุ้มกันของโฮสต์และป้องกันการแข็งตัวของเลือด (Mans et al. 2008; Charlab et al. 1999; Calvo et al. 2007) มีรายงานความเป็นไปได้ที่จะใช้โปรตีนนี้พัฒนาวัคซีนเพื่อยับยั้งการตอบสนองในระดับเซลล์ (Gibbs et al. 2008; Bazon et al. 2018) หนอนผีเสื้อ Parasa lepdia มียีนสร้างโปรตีน CAP แสดงออกเป็นจำนวนมาก จึงเป็นโปรตีนหนึ่งที่น่าสนใจศึกษาสมบัติความเป็นพิษ เพื่อให้เข้าใจอาการแพ้ที่เกิดกับผู้สัมผัสตัวหนอน และอาจนำไปสู่การพัฒนาสารเพื่อทดสอบการแพ้ หรือ วัคซีนป้องกันในการรักษาเฉพาะบุคคล (personalized medicine) ที่มีความเสี่ยงเป็นพิเศษที่จะแพ้โปรตีน CAP ของหนอนผีเสื้อ

  1. Antimicrobial peptides (AMPs)

AMPs มีสมบัติต้านจุลชีพหลายกลุ่ม เช่น แบคทีเรีย รา ไวรัส ปรสิต มีกลไกการออกฤทธิ์ที่หลากหลาย เช่น ยับยั้งการแสดงออกของยีนหรือการสร้างโปรตีน ยับยั้งการสร้างผนังเซลล์ ทำลายโปรตีนที่เยื่อหุ้มเซลล์ของแบคทีเรีย กระตุ้น cell migration, proliferation และหลั่งสาร cytokines และ chemokines AMPs จึงเป็นโปรตีนสำคัญในการพัฒนายาปฏิชีวนะชนิดใหม่ โดยเฉพาะเป็นยาต้านแบคทีเรียดื้อยา (Mylonakis et al. 2016)

          โปรตีน attacin และ diapausin ของ Parasa lepida อาจมีสมบัติต้านจุลชีพเช่นเดียวกับโปรตีนในวงศ์เดียวกันที่มีรายงานในแมลงชนิดอื่น attacins มีสมบัติต้าน E. coli และแบคทีเรียแกรมลบ โปรตีนจากแมลงต่างชนิดมีสมบัติที่แตกต่างกัน (Yi et al. 2014) เช่น โปรตีน attacin-A1 ของ Glossina morsitans มีสมบัติต้าน E. coli และโปรโตซัว Trypanosoma brucei (Hu and Aksoy 2005) โปรตีน anttacin-B ของผีเสื้อขาวอเมริกัน Hyphantria cunea มีสมบัติต้าน E. coli และ Citrobacter freundii และราในช่องคลอด Candida albicans (Kwon et al. 2008) โปรตีน attacin ของผีเสื้อหนอนคืบละหุ่ง Spodoptera exigua มีสมบัติต้าน E. coli และเชื้อแบคทีเรียก่อโรคในพืช Pseudomonas cichorii และแบคทีเรียแกรมบวก Bacillus subtilis และเชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes (Bang et al. 2012) โปรตีนลูกผสม attacin-coleoptericin มีฤทธิ์ต้านเชื้อ E. coli, Burkholderia glumae และ B. subtilis เมื่อเทียบกับโปรตีนปกติ (Lee et al. 2013)

          โปรตีน Diapausin จากด้วง Gastrophysa atrocyanea ยับยั้งการเจริญของเชื้อราก่อโรคในพืช เช่น Fusarium solani, Alternaria mali, Botrytis cinerea และ  Magnaporthe grisea แต่ไม่ยับยั้งการเจริญของแบคทีเรียทั้งแกรมบวกและแกรมลบ 4 ชนิดที่ทดสอบ (Suzuki et al. 1999; Sato et al. 2002) นอกจากนี้ยังยับยั้งการงอกของสปอร์ของเชื้อราผิวหนัง Trichophyton rubrum (Tanaka et al. 2003) โปรตีน Diapausin ของผีเสื้อ Manduca sexta ยับยั้งการเจริญของรา Candida albicans และ Candida krusei และยับยั้งการงอกของสปอร์และไฮฟาของเชื้อรา Beauveria bassiana (Li et al. 2019) การศึกษาในผีเสื้อหนอนกระทู้ผัก Spodoptera exigua พบว่าเมื่อหนอนผีเสื้อกินโปรตีนพิษที่สร้างจากแบคทีเรีย Bacillus thuringiensis ระดับการแสดงออกของยีนสร้างโปรตีน diapausin สูงขึ้น (Crava et al. 2015) โปรตีน diapausin ของหนอนผีเสื้อ Parasa lepida อาจมีสมบัติต้านเชื้อราเช่นเดียวกัน จึงมีประโยชน์ต่อการพัฒนาเพื่อใช้ควบคุมราก่อโรคทั้งในสัตว์และพืช

  1. Phospholipase A2

          โปรตีน Phospholipase A2 มีสมบัติต้านเซลล์มะเร็งและอยู่ในขั้นตอนการพัฒนาเป็นยา ที่มีรายงานการศึกษามากคือโปรตีน Crotoxin ซึ่งเป็น Phospholipase A2 ที่แยกได้จากพิษงูแมวเซาอเมริกาใต้ Crotalus durissus terrificus สามารถยับยั้งเซลล์มะเร็งในหลอดทดลองและในร่างกาย เช่น human lung carcinoma cells และ tumor cell lines เช่น leukemia, ovary, esophagus, colon, lung, renal, และ mammary ductal carcinoma, melanoma และ brain tumor cell lines (Rudd et al. 1994; Wang et al. 2014; Han et al. 2014; Muller et al. 2018) การทดสอบทางคลินิก (Phase I) ในผู้ป่วยมะเร็งชนิดก้อน พบว่า Crotoxin ลด tumor mass และความเจ็บปวดของผู้ป่วย (Cura et al. 2002) โปรตีน orthologous ในงูชนิดอื่นมีสมบัติยับยั้งเซลล์มะเร็งเช่นกัน เช่น โปรตีนจากงู Bothrops pauloensis ยับยั้งเซลล์มะเร็งเต้านม (Silva et al. 2018) โปรตีน Hemilipin เป็น Phospholipase A2 จากพิษแมงป่อง Hemiscorpius lepturus สามารถยับยั้ง angiogenesis ของ human umbilical vein endothelial cells และ human pulmonary artery endothelial cells ซึ่งมีส่วนช่วยยับยั้งการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็ง (Ma et al. 2017; Jridi et al. 2017) หน้าที่ของโปรตีน Phospholipase A2 ของหนอนผีเสื้อ Parasa lepida และความเป็นไปได้ในการประยุกต์ใช้เพื่อรักษาโรคมะเร็งต้องมีการศึกษาต่อไป